ฌ้อป้าอ๋อง ศึกแผ่นดินไม่ิสิ้นแค้น
 
鸿门宴 White Vengeance
 
 
 
เป็นเรื่องราวที่หยิบยกเหตุการณ์งานเลี้ยงที่หงเหมินมาเป็นประเด็นในการเดินเรื่อง     โดยกล่าวรายละเอียดความสัมพันธ์ตัวละครคร่าว ๆ เพราะเรื่องราวระหว่างฌ้อป้าอ๋อง (ซีฉู่อ๋อง) และ หลิวปังน่าจะเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว     โดยเรื่องเริ่มจากที่ฉู่ไหวอ๋องไม่รู้จะหาทางกำราบเซี่ยงหวี่และหลิวปังอย่างไร   จึงไปปรึกษาสามพี่น้องหนานกง    พวกนางแนะให้ฉู่ไหวอ๋องสร้างความแตกแยกระหว่างเซี่ยงหวี่และหลิวปังโดยใช้เมืองเสียนหยางเป็นตัวล่อ     ฉู่ไหวอ๋องจึงประกาศออกไปว่าใครเข้ายึดเสียนหยางได้ก่อนผู้นั้นจะได้เป็นอ๋อง
 
 
สามพี่น้องหนานกง  (ยังกับเทพธิดาพยากรณ์ความฝันของกรีก)
 
 
 
ช่วงต้นเรื่องนั้นความสัมพันธ์ระหว่างเซี่ยงหวี่และหลิวปังเป็นไปด้วยดี    ทั้งคู่จับมือเป็นพันธมิตรกัน  ช่วยเหลือกันและกัน   และรักสตรีนางเดียวกันคืออี้จี   (อันนี้แตกต่างจากของจริงมั้ง)   เซี่ยงหวีต้องการเข้ายึดเมืองเสียนหยางตามที่ฉู่ไหวอ๋องให้คำั่มั่นไว้ขณะเดียวกันก็ต้องการปกป้องอี้จีให้พ้นจากสงคราม    จึงขอให้หลิวปังเป็นคนนำคุ้มครองอี้จีไปยังฐานที่มั่นของตนก่อน     หลิวปังก็ยินยอม     แต่ลูกน้องหลิวปังไม่ต้องการให้เซี่ยงหวีเข้ายึดครองเมืองเพียงลำพังจึงกระตุ้นเตือนให้หลิวปังนึกถึงส่วนรวม    ชี้แจงว่าเซี่ยงหวี่เป็นคนโหดเหี้ยม   ถ้าเข้ายึดเมืองชาวเมืองจะต้องลำบาก 
 
 
 
ฌ้อป้าอ๋อง เซี่ยงหวี่ (เฝิงเส้าเฟิง)
 
 
 
หลิวปังเองด้วยความที่ตนก็ต้องการเป็นใหญ่เพียงแต่ยังขาดการตัดสินใจเด็ดขาด    พอได้ฟังคำยุยงของลูกน้องจึงเปลี่ยนเส้นทางวกกลับมายึดเมืองเสียนหยางทางด้านหลัง     เขาเข้ายึดเมืองโดยง่ายขณะที่เซี่ยงหวี่มัวแต่สู้รบกับกำลังหนุนของฉินอ๋อง    
 
 
 
หลิวปัง (หลี่หมิง)  ผู้ีมีความทะเยอทะยานแต่ขาดความกล้าและการตัดสินใจ
 
 
 
เซี่ยงหวี่พอฟังว่าหลิวปังเข้ายึดเสียนหยางแล้วและยังยึดถืออี้จีเป็นตัวประกันไม่ยอมส่งมอบคนคืน    จึงแค้นและหาทางยึดเสียนหยางคืน      เขาได้ฟ่านเซิงเป็นที่ปรึกษา    ฟ่านเซิงแนะให้จัดงานเลี้ยงต่อหลิวปังเพื่อให้มอบตราประจำเมืองและยอมจำนน    
 
 
ฟ่านเซิง (หวงชิวเซิง)  เป็นทั้งที่ปรึกษาและบิดาบุญธรรมของเซี่ยงหวี่
 
 
 
ขณะเดียวกันในเมืองหลิวปังก็ได้พบกับยอดคนจางเหลียงผู้ทะนงในวิชาเดินหมากล้อมของตน     จางเหลียงแนะให้หลิวปังปล่อยข่าวลวงว่าถ้าเซี่ยงหวี่เข้าเมืองได้จะเกิดการล้างเมืองขึ้น   ทำให้ชาวเมืองหวาดกลัวและเข้าร่วมเป็นกำลังให้หลิวปัง    พร้อมทั้งดำเนินการส่งมือสังหารไปลอบสังหารฟ่านเซิงที่ปรึกษาของเซี่ยงหวี่     หากลงมือประสบผลก็จะรวมกำลังทั้งหมดต่อสู้กับเซี่ยงหวี่   หากลอบสังหารล้มเหลวก็จะยอมส่งมอบตราเมืองคืน 
 
 
จางเหลียง  (จางฮั่นอี้)  ที่ปรึกษาของหลิวปัง
 
 
 
ขณะกำลังปรึกษากันนั้นหานซิ่นที่เคยเป็นพลรบของเซี่ยงหวี่ก็บุกเข้ามา    ประกาศตนว่าหากหลิวปังเห็นตนมีค่าก็จะรับใช้หลิวปังแทน      หลิวปังเห็นหานซิ่นมีพละกำลัง    ต่อสู้เก่งกาจจึงยอมรับไว้เป็นขุนพลอีกคน      การลอบสังหารนั้นผลคือฟ่านเซิงได้ทำนายว่าจะมีคนมาลอบสังหารตน   เซี่ยงหวี่จึงวางแผนซ้อนทำให้การสังหารลงมือล้มเหลว      ฟ่านเซิงวางแผนให้เซี่ยงหวี่ลอบสังหารฉู่ไหวอ๋องเสียเพื่อเป็นการตัดปัญหาไม่ให้ฉู่ไหวอ๋องมามีอำนาจสั่งการเหนือพวกตนได้อีก
 
 
เมื่อแผนล้มเหลวจางเหลียงจึงให้หลิวปังแสร้งเป็นยอมจำนน  ตอบรับคำเชิญร่วมงานเลี้ยงขณะเดียวกันก็เห็นว่าฟ่านเซิงต้องวางแผนสังหารฉู่ไหวอ๋องเป็นแน่จึงแนะให้หานซิ่นไปช่วยอารักขาฉู่ไหวอ๋องไม่ให้เซี่ยงหวี่ทำการสำเร็จ     เพราะถ้าฉู่ไหวอ๋องตายจะไม่มีใครคอยกำราบเซี่ยงหวี่
 
 
หานซิ่น  (อันจื่อเจี๋ย)
 
 
 
เหตุการณ์ในงานเลี้ยงหงเหมินจากนี้พู่จะไม่เล่านะคะเพราะจะกลายเป็นสปอย์เรื่องไปซะหมด     แถมเป็นฉากที่สนุกสุดของเรื่องด้วย    ต้องดูเองถึงจะมันส์  Cry 
 
 
เรื่องโดยรวมสนุกดีค่ะไม่ยืดเยื้อ   ไม่ชวนง่วง    แม้บทตัวละครจะดูผิดแผกไปจากเดิมบ้างแต่ก็ไม่ใช่ข้อใหญ่ที่จะนำมาติติงตัวเรื่อง      คอสตูม  ฉากประกอบก็โอเคอยู่เหมาะสำหรับคนที่ไม่ยึดติดเพราะมันเป็นสิ่งที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับตัวหนัง     
 
 
อีกข้อของเรื่องนี้คือธีมดนตรี    ที่ละม้ายไปทางละครญี่ปุ่น    ซึ่งแปลกแหวกแนวไปอีกแบบ    เพราะแบบนี้มั้งคอสตูม+ฉากประกอบจึงเอียงไปทางญี่ปุ่นอยู่ไม่น้อย      และมีการแทรกโมเดิร์นอาร์ตเข้าไปร่วมกับการออกแบบด้วย      ดังนั้นใครที่ยึดติดกับรูปแบบเดิม   หรือยึดติดกับคอสตูมฉากประกอบว่าต้องเป๊ะนี่อาจดูไปเครียดไป     ท่องไว้ค่ะว่ามันคือหนังไม่ใช่ตำราเรียน    ท่องไว้ ๆ   Kiss 
 
 
ส่วนข้อเสียที่พู่ไม่ชอบเลยคือหลังงานเลี้ยงที่หงเหมินแล้ว   เหตุการณ์มันพลิกผันเร็วไป     เซี่ยงหวี่แพ้เร็วเกินไป   หลิวปังยึดหยัดเร็วเกินไป     มันขาดเหตุการณ์มาสนับสุนจนดูรวบรัดตัดตอนเหลือเกิน
 
 
 
ฉากเซี่ยงหวี่สู้ตามลำพังโคตรเท่    เอาคะแนนพระเอกไปเต็ม 10 เลยค่ะ   ฉากอี้จี้ก็ซึ้ง   
 
 
 
ปล.  เสียดายมากที่อี้เฟยบทน้อยเหลือเกิน    ใครหวังดูอี้เฟยอย่างเดียวอาจผิดหวังได้
 
ปล2.  ไม่เคยรู้ว่าเฝิงเส้าเฟิงหล่อ   จนกระทั่งได้ดูเรื่องนี้     แต่พอหยิบผลงานเก่าเขามาดูก็พบว่าเขาหล่อแค่เรื่องนี้แหละ   เรื่องอื่นธรรมดามากกกกกกก    FC เส้าเฟิงอย่ารุมเค้าน้า    > <
 
ปล3.  หลิวปังนี่มันหลิวเป้ย (เล่าปี่)  ชัด ๆ   ถอดแบบกันมาเลย    แต่หลิวเป้ยยังดีหน่อยที่ไม่มีพฤติกรรม  "นกสิ้นเกาทัณฑ์ซ่อน"  เหมือนหลิวปัง
 
ปล4.  อยากให้แผ่นลิขสิทธิ์ของไทยมันเปลี่ยนแบบหน้าปกเหลือเกิน    ช่างไม่เข้ากันเรื่องเอาซะเลย 
 
ปล5.  ฉบับลิขสิทธิ์แปลชื่อหลิวปัง > หลิวบัง จางเหลียง > จังเหลียง   ,  หานซิ่น  > หันซิ่น   ถ้าฟังจีนอ่านซับอาจหงุดหงิดได้เพราะไม่รู้มันจะ  "บัง" จะ  "จัง"  จะ "หัน"    ไปไหน    ถ้าฟังเสียงไทยก็อาจคลายความหงุดหงิดเล็กน้อยแต่ก็ไม่รู้ว่าจะ  "บัง"  จะ  "จัง"  จะ  "หัน"   ไปไหนอีกเช่นกัน   Foot in mouth
 
 
ปิดท้ายฝาก mv  เซี่ยงหวี่+อี้จีนะคะ    คู่นี้สมกันดีแท้โดยเฉพาะเส้าเฟิงหล่อเกินคาด