The Hidden Affair 11

posted on 27 Oct 2009 10:42 by fongfei  in Fiction

The Hidden Affair 11

ผู้แต่ง   พู่ไหม
คู่   ฟูไซ+ฟ่านหลี่
จากเรื่อง   มหาศึกจ้าวแผ่นดิน
เรท   PG-13
คำเตือน    ฟิคชั่นเรื่องนี้เป็น slash (ชาย-ชาย)

ฟิคชั่นนี้เป็นการเขียนเพื่อความบันเทิงและตามรสนิยมส่วนตัว    เนื้อหาในฟิคชั่นหาได้เกี่ยวข้องใดกับเนื้อเรื่องจริงไม่   รวมทั้งนิสัยและความสัมพันธ์ของตัวละครด้วย

..........................

The Hidden Affair 10

 

ยามนี้อารมณ์ของฟูไซประดุจไฟไหม้ป่าที่โหมกระหน่ำ    เขาตวาดร้องสั่งกองทหารให้ออกตามล่านำตัวโกวเจี้ยนพร้อมองค์ชายกลับมาต่อให้ต้องพลิกผืนป่าก็ตาม


"ลากตัวไอ้คนสิ้นชาติโกวเจี้ยนมา    ต้องเอาตัวกลับมาเป็น ๆ ข้าจะลงทัณฑ์มันให้สาสมกับที่บังอาจมาลักพาตัวโอรสข้า !!"     ฟูไซคำรามลั่น


ทั่วทั้งค่ายที่พักสว่างโชติช่วงด้วยไต้ไฟที่จุดรอบบริเวณ     เสียงม้าเสียงคนเสียงฝีเท้าเสียงชุดเกราะกระทบกันดังไปทั่ว     เหล่านายกองตะโกนร้องสั่งลูกน้องในบังคับให้แบ่งกำลังย่อยออกเพื่อกระจายกันค้นหา    สุนัขล่าเนื้อถูกปล่อยออกต่างวิ่งเห่าเสียงขรมดังทั่วป่า    ไม่นานหลังสิ้นเสียงบัญชาเนินเขาและแนวชายป่าที่ห่างออกไปก็สว่างไปด้วยแสงไต้จากเหล่าทหารที่ถูกส่งไปค้นหา


ฟูไซยามนี้มีสีหน้าถมึงทึงผมเผ้าที่ไม่ได้เกล้ารวบปล่อยหยักสยายเคลียบ่า      กระทั่งเสื้อผ้าก็ยังไม่ได้รวบให้เข้าที่ทางเพียงสวมแค่ชั้นในใช้เชือกเข็มขัดพันเอวไว้ลวก ๆ และสวมทับด้วยเสื้อคลุมอีกตัว     


"อู่ฟ่งเป็นยังไง"   ฟูไซถามอำมาตย์อู่ที่ยืนหน้าเครียดอยู่ด้านข้าง 


"ทูลต้าอ๋อง  อาฟ่งยังสลบอยู่ดูจากอาการคล้ายถูกผงสลบคาดว่าน่าจะมีคนมาช่วยโกวเจี้ยนออกไป"


ฟ่านหลียืนนิ่งเงียบอยู่ด้านหลังไม่แสดงอาการใดออกมาทางสีหน้านอกจากในใจที่ว้าวุ่นขึ้นมา    เพราะประหวัดนึกถึงศิษย์ผู้น้องที่ถนัดเรื่องการใช้ยามากกว่าลงมือด้วยตัวเอง     


"ไม่ว่ามันจะหนีไปด้วยตัวเองหรือมีคนมาช่วย    ถ้าจับตัวมาได้ข้าไม่ละเว้นมันฐานบังอาจมาหยามข้าที่อยู่แค่ปลายจมูก"   ฟูไซเค้นเสียงต่ำดวงตาเป็นประกายราวกับจะลุกเป็นไฟ


ฟ่านหลีเบือนสายตาจับไปที่ฟูไซก่อนเลื่อนไปยังเนินเขาที่มีแสงสีส้มอ่อนจากคบไฟของเหล่าทหาร   ยามนี้พวกที่ถูกส่งไปค้นหาเริ่มไกลออกไปทุกที    เสียงสุนัขล่าเนื้อเริ่มเบาลง    ใจเขาหวนคิดว่าที่ศิษย์น้องลงมือเช่นนี้อาจเป็นเพราะคำสั่งจากอาจารย์หรืออาจทำเพียงพลการเพราะเอี้ยนเอ๋อร์เป็นชาวเยว่    นางอาจต้องการช่วยต้าอ๋องของตัวเอง


"ข้ามทิวเขาเทือกนั้นก็จะเข้าเขตสามเหลี่ยมที่เชื่อมต่อระหว่างฉู่  เยว่ และ ไช่"     ฟ่านหลีเปรยเสียงแผ่วเบาแต่เรียกความสนใจจากฟูไซและอู่จื่อซีให้หันมอง      ฟ่านหลีหลุบสายตาลงเล็กน้อย     "แต่เดิมเยว่กับฉู่ก็มีสัมพันธ์อันดีต่อกัน    บางทีนี่อาจเป็นการกระทำของฉู่"


"ฟ่านหลี เจ้าคิดจะยุยงให้หวูกับฉู่แตกสัมพันธ์กันงั้นรึ"     อู่จื่อซีใช้สายตาคมกริบมองฟ่านหลีอย่างประเมิน


"หรือพวกท่านเคยญาติดีกับฉู่ ?"   ฟ่านหลีย้อนถามพลางมองฟูไซกับอู่จื่อซีสลับกัน


ฟูไซละสายตาจากฟ่านหลีไปมองทิวเขาเบื้องหน้าด้วยสีหน้าครุ่นคิด      "หากเป็นการช่วยเหลือของฉู่ก็แปลว่ามันเริ่มตั้งตัวจากสงครามใหญ่คราวก่อนได้แล้วถึงได้กล้าลอบเข้ามาช่วยเหลือพันธมิตรถึงที่นี่"


"แต่กระหม่อมว่าไม่ใช่"    อู่จื่อซีแย้ง     "ถึงแม้เราคาดเดาได้ว่าฉู่เริ่มเข้มแข็งขึ้นแต่ยามนี้เยว่กลับอ่อนแอยิ่ง    ต่อให้ฉู่เข้มแข็งปานใดแต่หากให้ประคองช่วยเหลือแคว้นที่อ่อนแออย่างเยว่มันก็ยากจะไปได้ตลอดรอดฝั่ง     อีกอย่างหากมันจับมือกันจริงก็ต้องไม่ลืมว่าฉีกับหวูก็เป็นพันธมิตรเช่นกัน   แล้วฉู่ใหญ่พอที่จะรับมือทั้งกับฉีและหวูได้งั้นหรือ"


ประกายตาฟูไซแจ่มกระจ่างขึ้น    "ใช่ อย่างที่ท่านอำมาตย์ว่าต่อให้ฉู่กล้าเพียงใดก็ไม่อาจรับมือจากสองแคว้นพร้อมกันได้โดยที่ต้องคอยประคองเยว่อีกหนึ่งแคว้น"    


อู่จื่อซีใช้ประกายตาที่ราวกับจะมองทะลุจับจ้องมองฟ่านหลี     "บอกมาฟ่านหลี   ว่านี่เป็นการวางแผนจัดการของเจ้าใช่หรือไม่"


ฟ่านหลีประสานสายตากับอู่จื่อซี    "ท่านจะเชื่อหรือไม่ก็ตามแต่ข้าไม่เคยรับรู้ถึงเหตุการณ์นี้มาก่อน"


"เจ้ามันคนร้อยเล่ห์จอมวางแผน    มีหรือจะไม่คิดวางแผนให้นายตัวเองหนีพ้น"


ฟ่านหลีคลี่ยิ้มบางเบาประสานมือยกคารวะ     "ท่านอำมาตย์ยกย่องฟ่านหลีเกินไป    สิ่งที่ฟ่านหลีเพียรทำมาตลอดคือยับยั้งความคิดหนีกลับแคว้นของโกวเจี้ยน     เพราะเห็นว่าเป็นการกระทำที่เปล่าประโยชน์    แล้วมีหรือที่ฟ่านหลีจะวางแผนให้โกวเจี้ยนลอบหนีอย่างเอิกเกริกเช่นนี้"


อู่จื่อซีแค่นเสียงหัวเราะ     "ที่เปล่าประโยชน์เพราะไม่มีโอกาสเหมาะเหมือนตอนนี้ที่อยู่ใกล้ชายเขตแค่เอื้อม"


"เอาล่ะ เอาล่ะ   พวกเจ้าสองคนเลิกต่อปากต่อคำกันเสียที"    ฟูไซตัดบทอย่างรำคาญแล้วมองฟ่านหลีเต็มตา     "ฟ่านหลีเจ้าเข้าไปแต่งตัวให้เรียบร้อย"   ฟูไซสั่งเพราะเห็นฟ่านหลีสวมใส่เสื้อผ้าเพียงบางเบาแทบไม่ต่างอะไรกับตน


ฟ่านหลีรับคำแล้วผละเดินเข้าไปในกระโจมหลังเล็กของตัวเองที่ถูกปลูกไม่ห่างจากกระโจมใหญ่ของฟูไซ    ในกระโจมนอกจากตั่งขนาดเล็กที่พอนอนได้คนเดียวแล้วก็มีเพียงหีบใส่เสื้อผ้าใบกลางที่บนหีบวางถาดน้ำชาไว้เท่านั้น


ฟ่านหลีถอดเสื้อคลุมออกวางบนตั่งก่อนรวบคอปกเสื้อชั้นในและกระชับผ้าคาดเอวให้แน่นขึ้น    จากนั้นจึงยกถาดน้ำชาออกแล้วเปิดหีบ     ในหีบที่แต่เดิมมีเพียงเสื้อผ้าเพียงไม่กี่ชุดบัดนี้มีหญ้าสดที่ถูกถักเป็นนกตัวเล็กวางนอนอยู่


ฟ่านหลีเม้มริมฝีปากขณะหยิบนกที่ถักจากหญ้าขึ้นมา    เขาจำได้ดีว่านี่เป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของเอี้ยนเอ๋อร์ศิษย์ผู้น้องตน     ไม่ว่าจะทำอะไรเอี้ยนเอ๋อร์มักทิ้งสัญลักษณ์นี้ไว้เสมอ


ฟ่านหลีทรุดตัวนั่งบนตั่งมือลูบนกตัวเล็กไปมาขณะสมองครุ่นคิดถึงการกระทำที่ไม่รอบคอบของศิษย์ผู้น้องรวมไปถึงการตัดสินใจที่ขาดความยั้งคิดของโกวเจี้ยนและผลที่จะตามมา    ถ้าหากทั้งคู่รอดพ้นหลบหนีไปได้แล้วจะเป็นยเช่นไร ? มีหรือที่ฟูไซจะไม่กรีฑาทัพโหมโจมตีฉู่กับเยว่และถ้าฉีกับหวูร่วมมือกันเยว่อาจพินาศกว่านี้        หรือหากถูกจับกลับมาฟูไซจะระบายความพิโรธกับโกวเจี้ยนและเอี้ยนเอ๋อร์เช่นไรที่นอกจากจะหลบหนีไปราวเย้ยหยันแล้วยังลักพาตัวไท่จือไปด้วย


ฟ่านหลีทอดถอนใจวางหญ้าถักในมือลงแล้วหยิบเสื้อผ้ามาแต่งกายให้เรียบร้อย    รวบผมเป็นหางม้าจับเป็นมวยเล็กเสียบปิ่นไม้ยึดไว้โดยปล่อยผมที่เหลือให้ยาวลงมา    หลังแต่งกายเสร็จฟ่านหลีเก็บนกถักไว้ในเข็มขัด    เสียงกรุ๊งกริ๊งเมื่อลูกประคำหินกับป้ายหยกเล็กและกระดิ่งจิ๋วที่ฟูไซสวมใส่ข้อมือให้เขากระทบกัน  


ฟ่านหลีลูบไปตามเนื้อเย็นลื่นของหินโมราสีแดงปนน้ำตาล    ดูท่าเขาคงได้ใส่สิ่งของเหล่านี้ไม่นาน   ฟูไซทิ้งมือลงก้าวออกเดินไปยังนอกกระโจมอย่างตัดสินใจ    แม้เขาเคยคิดจะผละห่างจากโกวเจี้ยนมาอยู่ข้างฟูไซแต่นั่นเป็นการคาดคิดหลังจากฟูไซยินยอมปล่อยโกวเจี้ยนกลับแคว้นเยว่ด้วยความเต็มใจ    แต่ยามนี้โกวเจี้ยนยังอยู่ในเงามืดแห่งอำนาจของฟูไซก็ถือว่ายังเป็นนายของเขาและเขาก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อโกวเจี้ยนในฐานะบ่าวคนหนึ่ง

 

The Hidden Affair 10 

..................................................

 

ปล. ที่เขียนไว้มันยาวกว่านี้แต่เพราะยาวเกินเลยตัดมาลงเท่านี้ก่อน    ไว้แก้แต่งรายละเอียดส่วนที่เหลือแล้วค่อยอัพอีกที

ปล2. เช้าวันนี้แดดสดใสแต่เวลาลมพัดรู้สึกมีกลิ่นอายของหน้าหนาวโชยมา   ลมเย็นเริ่มพัดมาแล้ว   ที่สัมผัสได้เพราะเวลาเจอลมหนาวทีไรเราจะครั่นเนื้อครั่นตัวทุกที    มันต่างจากเวลาถูกลมอื่นพัดพวกลมร้อนหรือลมเย็นจากฝนจะให้ความรู้สึกธรรมดาน่ะ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

A constant wind of winter. Cause mental stuck in our thoughts and imagination .. of love. 不断的冬季风。原因精神在我们的思想和想象力坚持..爱。
question ふゆのいっていのかぜ。げんいんせいしん的な私たちの思考や想像の中で..スタック愛の。คงเป็นสายลมแห่งฤดูหนาว ทำให้จิตติดอยู่ในความคิดและจินตนาการ..ของความรัก...

#1 By ji'young on 2009-10-27 23:14